เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2437 อุปสมบท วันที่ 22 เมษายน 2439 พระราชมุนีพาไปอุปสมบทที่วัด ชีปะขาว อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระโพธิวงศาจารย์ (วิญญู) เมื่อครั้งยังเป็นที่พระปริยัติวงศาจารย์ วัดบรมวงศ์อิศรวรารามเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสมุห์แย้มวัดสามกุฏิ ตำบลบางยี่ขันกับสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ครั้งดำรงตำแหน่งพระศรีสมโพธิเป็นคู่สวดกรรมวาจาจารย์ การศึกษาภาษาไทย ประโยค 5 สอบที่โรงเรียนสายวลีสัณฐาคาร ภาษาอังกฤษ ชั้น 2 สอบที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
พ.ศ. 2438 ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมครั้งแรกที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แปลได้ประโยค 1-2 ตกประโยค 3
พ.ศ. 2441 ย้ายไปอยู่วัดบพิตรพิมุข พร้อมด้วยพระราชมุนี (ปุ่น) ปีนี้ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในสนามหลวงที่พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ คราวนี้ต้องแปลตั้งแต่ประโยค 1 ไปใหม่ การแปลครั้งนี้ได้เป็นเปรียญ 3 ประโยค
พ.ศ. 2443 พระราชมุนี ลาสิกขาบท ได้เข้านิสัยในสำนักพระธรรมดิลก (อิ่ม) ครั้งเป็นพระราชเมธี
พ.ศ. 2445 ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรม ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้เป็นเปรียญ 5 ประโยค
พ.ศ.2449 ได้ย้ายไปอยู่วัดราชบูรณะ กับพระเทพมุนี (อิ่ม) และได้เป็นที่พระครูปลัดฐานานุกรม ของพระเทพมุนี (อิ่ม)
พ.ศ. 2457 ในรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เป็นเจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ
พ.ศ. 2469 วันที่ 6 พฤศจิกายน ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อน สมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระราชเวที ตรีปิฏกภูษิตธรรมบัณฑิตยติคณิศร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. 2485 ได้เป้นสมาชิกสังฆสภา และป็นประธานคณะวินัยธรชั้นฏีกา ท่านเจ้าประคุฯสมเด็จ ฯ เป็นองค์แรกที่ได้เป็นประธานคณะวินัยธรชั้นฏีกา
พ.ศ. 2487 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากวัดราชบูรณะอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางราชการให้อพยพ จึงได้อพยพไปอยู่ที่วัดใหม่หนองพะอง ตำบลหนองแขม
อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
พ.ศ. 2488 วัดราชบูรณะ ต้องประสบภัยทางอากาศด้วยเครื่องบินข้าศึก พังพินาศหมดทั้งวัด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยุบเข้ากับวัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งเป็นวัดใกล้เคียงกัน และทรงตั้งให้เป็นพระธรรมดิลก ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ฯ สืบไป ตราตั้งลงวันที่ 8 มกราคม 2489
ครั้นออกพรรษาแล้วถึงวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 กรมศาสนา ได้จัดเรือและรถยนต์ของหลวง ไปรับมาส่งที่วัดสุทัศนเทพวราราม โดยขบวนแห่
พ.ศ. 2490 วันที่ 8 มิถุนายน ในรัชกาลปัจจุบันทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่พระอุบาลีคุณุปมาจารย์
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โสม) ถึงมรณภาพด้วยโรคชรา ณ โรงพยาบาลสงฆ์ พญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2550 เวลา 21.45 น. สิริรวมชนมายุ ได้ 89 ปี พรรษา 67 ได้รับพระราชทานน้ำสรงพระศพและโกศลไม้สิบสอง พร้อมด้วยเครื่องประดับอิสริยยศเป็นเกียรติยศเป็นเจ้าอาวาสครองวัดสุทัศนเทพวราราม 16 ปี
|